เกณฑ์หกข้อที่เราใช้ตัดสิน
คำถามที่เราตอบก่อนเปิดหน้าไหนก็ตาม: ถ้าต้องเอาเงินตัวเองไปฝากไว้กับโบรกเกอร์นี้จริง ตัวเลขไหนที่ต้องดูเป็นอันดับแรก คำตอบคือสเปรดและต้นทุนต่อล็อต ไม่ใช่โบนัส ไม่ใช่หน้าเว็บสวย
สำหรับ Exinity ตัวเลขที่ทำให้เราจัดหมวดคือโครงสร้างบริษัทกับกลุ่มลูกค้าที่เขาเปิดรับ งานรีวิวจึงไม่จบที่หน้าสินค้า แต่ต้องไปดูว่าใครถือใบอนุญาตตรงไหนและครอบคลุมใคร
เกณฑ์ที่เราวัดทุกโบรกเกอร์ด้วยชุดเดียวกัน:
- ใบอนุญาต: ใครออกให้ นิติบุคคลใดถือ และกำกับลูกค้ารายย่อยในไทยหรือไม่
- ต้นทุนจริง: สเปรด ค่าคอมมิชชันต่อล็อต ค่าสวอป และค่าฝากถอน
- การเข้าถึง: เปิดบัญชีจากประเทศไทยได้จริงไหม ขั้นตอน KYC ใช้เอกสารอะไร
- แพลตฟอร์ม: MT4, MT5 หรือ proprietary เสถียรแค่ไหน มีล็อกอินแยกหรือไม่
- ช่องทางเงิน: ฝากถอนด้วยอะไรได้ เวลาที่เงินเข้าจริงกี่วัน
- ภาษีและกฎท้องถิ่น: กำไรต้องยื่นแบบไหน และมีขั้นตอนตรวจสอบจากทางการหรือไม่
หลักฐานที่เรายอมรับ
เราไม่นับรีวิวจากเว็บจัดอันดับและฟอรัมเป็นหลักฐาน เราถือว่าคำกล่าวอ้างที่ไม่มีเอกสารรองรับคือข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน และจะพิมพ์กำกับไว้แบบนั้น
แหล่งที่เราชั่งน้ำหนักจริงคือ ทะเบียนทางการ เอกสาร juristic ของบริษัท หน้าสินค้าของโบรกเกอร์เอง และทะเบียนตรวจสอบของหน่วยงานกำกับ
สถานะการกำกับของ Exinity
ประเด็นนี้ต้องแยกให้ชัดตามภูมิภาค เพราะ Exinity ไม่ได้ขายบัญชีเดียวกันให้ทุกคน
แหล่งรีวิวระบุว่า Exinity Limited จดทะเบียนใน Mauritius และสำนักงานจดทะเบียนของแบรนด์ FXTM อยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝั่งที่ต้องอ่านให้ดีคือ Exinity Connect ซึ่งเปิดเฉพาะลูกค้าสถานะ professional และ eligible counterparty เท่านั้น
| รายการ | สิ่งที่我们发现 |
|---|---|
| นิติบุคคลหลัก | Exinity Limited (Mauritius) |
| สำนักงานจดทะเบียน FXTM | ดูไบ, UAE |
| สถานะกลุ่ม | กลุ่มโบรกเกอร์ offshore ที่มีใบอนุญาต |
| Exinity Connect | เฉพาะ professional / eligible counterparty |
| โครงสร้างองค์กร | Exinity Group ดูแล FXTM และ Alpari |
การที่บริษัทอยู่ใต้การกำกับของต่างประเทศ หมายความว่ากลไกที่คุณใช้เรียกร้องถ้ามีปัญหาอยู่ที่ประเทศนั้น ไม่ใช่ที่ไทย
สิ่งที่ตัวเลขบอก
สำหรับนักเทรดที่คิดเป็นตัวเลข ต้นทุนรวมต่อรอบการเทรดคือตัวชี้ขาด ไม่ใช่ค่าโฆษณาว่า "สเปรดเริ่มต้น 0"
แหล่งรีวิวระบุค่าคอมมิชชันราว 2 ดอลลาร์ต่อล็อตสำหรับ forex และโลหะ ฝั่งบัญชีแบบสเปรดล้วนก็มี และบัญชี ECN Zero ก็อยู่ในลิสต์ที่เขาเปิดขาย
| เงื่อนไข | ค่าที่พบ |
|---|---|
| เลเวอเรจสูงสุด | 1:400 (โกลบอล ไม่มีเพดานเฉพาะไทย) |
| ค่าคอมมิชชัน | ประมาณ 2 USD ต่อล็อต (forex, โลหะ) |
| สกุลเงินบัญชี | USD, EUR, GBP |
| แพลตฟอร์ม | MT4, MT5 |
| ผลิตภัณฑ์ | Forex, CFD, crypto, หุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ |
ตารางค่าคอมมิชชันของโบรกเกอร์คือตัวเลขเริ่มต้น ไม่ใช่ตัวเลขที่คุณจะเจอ ค่าสวอปและมาร์กอัปตอนตลาดผันผวนเป็นตัวที่กินกำไรจริง และไม่มีโบรกเกอร์ไหนโฆษณาส่วนนี้
ไทยไม่ได้ออกใบอนุญาตโบรกเกอร์รายย่อย
หากคุณกำลังหาว่า Exinity มีใบอนุญาตไทยไหม คำตอบสั้นคือ ไม่มี และไม่มีโบรกเกอร์ forex ต่างชาติรายไหนมี
โครงสร้างกำกับของไทยเป็นสองหัว: ธุรกรรม FX และการโอนเงินข้ามพรมแดนอยู่ใต้ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ตามพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 ส่วนหุ้น อนุพันธ์จดทะเบียน และหลักทรัพย์อยู่ใต้สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC Thailand) ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546
ประเด็นสำคัญคือ ก.ล.ต. ไม่มีหมวดใบอนุญาตสำหรับโบรกเกอร์ forex/CFD รายย่อยแบบ offshore เลย เพราะฉะนั้นโบรกเกอร์ forex/CFD ทุกรายที่คนไทยใช้อยู่จึงเป็นโบรกเกอร์ต่างประเทศทั้งหมด ไม่ว่าจะถือใบอนุญาต FCA, ASIC หรือ CySEC
การเทรด forex/CFD ด้วยตัวเองไม่ใช่ความผิดอาญาในไทย ไม่มีกฎหมายห้ามเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ สิ่งที่ต้องมีใบอนุญาตคือคนที่ชักชวนหรือดำเนินธุรกิจหลักทรัพย์/อนุพันธ์ต่อสาธารณะไทย ซึ่งการทำแบบไม่มีใบอนุญาตเป็นความผิดตามสองพ.ร.บ.ข้างต้น
แปลว่าเกณฑ์ที่คุณควรใช้เลือกโบรกเกอร์คือความแข็งแรงของใบอนุญาตต่างประเทศ ไม่ใช่การมีอยู่ของใบอนุญาตไทย
เช็คลิสต์ก่อนโอนเงินเข้าโบรกเกอร์ไหนก็ตาม
เริ่มจากตรวจชื่อในทะเบียน ไม่ใช่ในโฆษณา
- เปิด SEC "Check First" ที่ market.sec.or.th เพื่อดูว่ามีชื่อในทะเบียนที่ ก.ล.ต. ให้บริการอยู่จริงหรือไม่
- เปิด Investor Alert ที่ market.sec.or.th ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการไม่มีใบอนุญาต
- ตรวจว่าเลขใบอนุญาตที่โบรกเกอร์อ้างตรงกับนิติบุคคลที่คุณจะโอนเงินให้จริง
- เช็คว่าบัญชีรับเงินเป็นชื่อ juristic เดียวกันกับที่ระบุในสัญญา ไม่ใช่บัญชีบุคคล
การโอนเงินและช่องทางฝากถอน
การโอนเงินออกนอกประเทศของคนไทยอยู่ใต้กฎควบคุมการแลกเปลี่ยนของ BOT ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยสามารถโอนเงินออกเพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้เองโดยไม่ต้องผ่านตัวแทนในประเทศ สูงสุด 5,000,000 USD ต่อคนต่อปีปฏิทิน เกณฑ์ 200,000 USD แบบเก่าที่เห็นในบทความหลายที่นั้นล้าสมัยแล้ว
| + | ฟอเร็กซ์ / CFD | มีให้บริการ |
| + | หุ้นในประเทศ | มีให้บริการ |
| – | หุ้นสหรัฐ | ไม่มีให้บริการ |
| + | คริปโต | มีให้บริการ |
| + | สินค้าโภคภัณฑ์ | มีให้บริการ |
แต่เงินบาทออกนอกประเทศไม่เสรี ธุรกรรมตั้งแต่ 200,000 USD ขึ้นไป ธนาคารพาณิชย์ต้องขอเอกสารประกอบ และทุกการโอนต้องระบุ purpose code ซึ่งรวมถึงกรณีโอนเข้าโบรกเกอร์เพื่อเทรดด้วย
ช่องทางที่คนไทยใช้จริงเรียงตามความเร็ว:
- โอนผ่านธนาคารไทย (Bangkok Bank, Kasikornbank, SCB, Krungthai, Krungsri): 1-5 วันทำการ
- PromptPay ผ่าน THB gateway ของโบรกเกอร์: มักเข้าทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียมต่ำหรือศูนย์
- บัตร Visa/Mastercard: เร็วกว่าแต่มีค่าคอนเวอร์ชันสกุล
- e-wallet อย่าง TrueMoney, Neteller, Skrill: แล้วแต่โบรกเกอร์รองรับ
ในแง่ข้อมูลจาก Exinity เอง เราไม่พบช่องทางชำระเงินเฉพาะสำหรับไทยที่ยืนยันได้ มีรีวิวไทยจากบุคคลที่สามอ้างว่ามี local bank transfer และ PromptPay แต่เราไม่พบการยืนยันจากแหล่งของ Exinity ดังนั้นให้ถือว่ายังไม่ยืนยัน
ฝั่งแหล่งรีวิวระบุว่าฝากถอนได้ทาง bank transfer, บัตร และอีวอลเล็ตบางตัว บัญชี Islamic หรือ swap-free มีให้ใช้ตามเอกสารรีวิวทั่วไปของ FXTM
เรื่องภาษีที่ต้องคิดล่วงหน้า
กำไรจาก forex/CFD ในไทยไม่ได้รับสิทธิ์ลดหย่อนแบบ capital gains แยกต่างหาก แต่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินทั่วไปและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได
| ฐานเงินได้ (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0-150,000 | ยกเว้น |
| 150,001-300,000 | 5% |
| 300,001-500,000 | 10% |
| 500,001-750,000 | 15% |
| 750,001-1,000,000 | 20% |
| 1,000,001-2,000,000 | 25% |
| 2,000,001-5,000,000 | 30% |
| เกิน 5,000,000 | 35% |
สำหรับเงินได้จากต่างประเทศ: ตามคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/162 ที่มีผล 1 มกราคม 2024 ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (อยู่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษี) ที่นำเงินได้จากต่างประเทศเข้าไทย ต้องรวมไว้ในแบบแสดงรายการในปีที่นำเข้า มีมาตรการผ่อนปรนที่เสนอในปี 2026 ให้กรอบเวลาประมาณ 2 ปี ต้องเช็คสถานะปัจจุบันก่อนยื่น
แบบแสดงรายการประจำปี (ภ.ง.ด. 90/91) ยื่นภายใน 31 มีนาคม ข้อมูลทางการอยู่ที่ rd.go.th
สิ่งที่ทำให้ตัวเลขเปลี่ยน
สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ ตัวแปรที่ไม่เหมือนกันคือจำนวนพารามิเตอร์ที่ต้องตั้งตอนเปิดบัญชี มือใหม่ต้องการบัญชีเดียวที่เข้าใจง่าย มืออาชีพต้องการค่าคอมมิชชันต่ำที่สุดและควบคุมสลิปเพจเอง
- เหมาะกับ
- Standard, ECN, ECN Zero
- ปลอดสวอป
- มี
- ไม่เหมาะกับ
- Exinity ไม่แสดงว่ามีหน่วยงานกำกับดูแลระดับสูงสุดที่ยืนยันได้ในระดับเดียวกับการกำกับดูแลระดับ FCA, CySEC, ASIC หรือ SCA ดังนั้นจึงขาด
- หมายเหตุเรื่องสกุลเงิน
- USD, EUR, GBP
สมมติฐานที่คนมักตั้งผิด: คิดว่าโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตจาก FCA โดยตรงคือโบรกเกอร์ที่คุณกำลังจะเปิดบัญชีกับเขา ในหลายกรณี ใบอนุญาตนั้นถือโดยนิติบุคคลหนึ่งของกลุ่ม แต่บัญชีที่คุณเปิดจริงกลับอยู่ใต้นิติบุคคลอีก jurisdiction หนึ่ง อ่านหน้าสัญญาให้ครบก่อนโอน
สำหรับมือใหม่ที่มีทุนไม่สูง ค่าคอมมิชชัน 2 USD ต่อล็อตแทบไม่มีผล เพราะปริมาณเทรดน้อยกว่า แต่ค่าฝากถอนและค่าคอนเวอร์ชันสกุลจะกินเงินทุนในสัดส่วนที่สูงกว่ามาก
สำหรับมืออาชีพที่เทรดหลายสิบล็อตต่อเดือน ค่าคอมมิชชัน 2 USD ต่อล็อตคือ 20 USD ต่อ 10 ล็อต และ 200 USD ต่อ 100 ล็อต นี่คือตัวเลขที่ต้องคำนวณใส่กลยุทธ์ก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ทีหลัง

